link 12bet 2888k

หากคุณกล้า เราท้า! สู่ “โลกใต้พิภพ” แห่ง “อารยธรรมมายา” ในเบลีซ

หากคุณกล้า เราท้า! สู่ “โลกใต้พิภพ” แห่ง “อารยธรรมมายา” ในเบลีซ

ถ้ำหลายร้อยแห่งในประเทศ เบลีซ ทำหน้าที่เป็นทางเชื่อมโลกของเราเข้าสู่ “ชีบัลบา” หรือโลกใต้พิภพ ซึ่งเป็นทั้งสถานที่ในปกครองของเทพแห่งความตาย สถานที่ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อต่าง ๆ และสถานที่ที่วัตถุโบราณ รวมไปถึงโครงกระดูกของผู้คนในชนเผ่ามายาถูกเก็บไว้

เบลีซ – แนวคิดเรื่องโลกหลังความตายเป็นเรื่องปัจเจก ผู้คนในแต่ละพื้นที่จะจินตนาการถึงชีวิตหลังความตายในสถานที่ที่แตกต่างกันไปตามความเชื่อและศาสนา สำหรับบางคน โลกหลังความตายอาจเป็นดินแดนที่อยู่ในอีกมิติหนึ่ง แต่สำหรับชาวเผ่ามายา ดินแดนหลังความตายอยู่ใกล้เพียงใต้เท้าเท่านั้น

เบลีซ ประเทศเล็ก ๆ ในแถบอเมริกากลางเป็นแหล่งที่ตั้งของถ้ำหลายร้อยแห่งซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ถ้ำเหล่านั้นไม่ใช่สถานที่สำหรับการดำน้ำสำรวจพื้นที่ภายในเท่านั้น แต่ยังเป็นเส้นทางไปสู่ชีบัลบา (Xibalba) โลกใต้พิภพตามความเชื่อของชาวมายา การเที่ยวถ้ำคือหนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมในประเทศเบลีซ นอกจากจะได้สำรวจธรรมชาติแล้ว บรรดานักท่องเที่ยวยังจะได้สัมผัสกับตำนานและวัฒนธรรมของชนเผ่ามายาด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด ด้วยเหตุนี้รัฐบาลของประเทศนี้จึงทุ่มเทความพยายามอย่างมากในการเปิดถ้ำเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไปเยี่ยมชมภายในได้ แม้การเปิดถ้ำจะทำให้เกิดการสำรวจสิ่งต่าง ๆ ภายในโพรงที่มีมายาวนาน แต่เหล่านักโบราณคดีกลับแทบจะไม่เคยสำรวจสิ่งที่อยู่ลึกลงไปใต้พื้นถ้ำ เนื้อหาต่อไปนี้จะพาผู้อ่านทุกท่านร่วมเปิดประตูสู่โลกหลังความตายอันลึกลับของชนเผ่ามายา พร้อมทั้งสำรวจที่มาและตำนานของดินแดนใต้พิภพแห่งนี้
link 12bet 2888kLiên kết đăng nhập
ถ้ำ Barton Creek ที่ตั้งอยู่ในเขต Cayo ทางตะวันตกของเบลีซ ซึ่งเข้าถึงได้เฉพาะโดยเรือคายัคหรือเรือแคนู เคยเป็นแหล่งพิธีกรรมมายาโบราณ นักท่องเที่ยวสามารถชมห้องโถงแบบวิหารหินรูปแบบหินที่น่าทึ่งและซากโบราณจากอารยธรรมมายา ภาพถ่ายโดย HELEN BAMFORD / ALAMY

ดินแดนใต้ผืนดินอันน่าพิศวง

ชีบัลบา (Xibalba) ซึ่งมีความหมายว่า “ดินแดนแห่งความกลัว” คือสถานที่สำคัญในวัฒนธรรมมายาโบราณ ตามคำอธิบายจากคัมภีร์โพโพล วูห์ (Popol Vuh) หรือคัมภีร์บันทึกการสร้างโลกของชาวเค็กชิ (Q’eqchi’) นอกจากชีบัลบาจะเป็นอาณาจักรใต้ผืนโลกที่มีเทพแห่งความตายของชาวมายาเป็นผู้ปกครองแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่โลกของคนเป็นและโลกของคนตายมาบรรจบกัน อย่างไรก็ดี จากบทสัมภาษณ์ของโฮลีย์ มอยส์ (Holley Moyes) ศาสตราจารย์ด้านโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซึ่งทำหน้าที่เป็นนักสำรวจของทั้งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเมอร์เซด (UC Merced) และเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก พบว่านักประวัติศาสตร์ยังคงคาดเดาถึงเหตุผลเบื้องหลังสาเหตุที่ชาวมายาโบราณเชื่อว่าถ้ำคือประตูสู่โลกใต้พิภพอยู่ มอยส์กล่าวว่า “เราทราบดีว่ามนุษย์เริ่มฝังศพไว้ในมุมมืดของถ้ำมาตั้งแต่ยุคนีแอนเดอร์ทัล (Neanderthal) คาดว่าการที่มนุษย์ในยุคก่อนทำเช่นนั้นอาจเริ่มมาจากการเลียนแบบพฤติกรรมของหมีค่ะ” เธอกล่าวต่อว่า “ลองคิดดูนะคะ สิ่งที่หมีจะทำในฤดูหนาวคืออะไร หมีจะจำศีลในถ้ำ พวกมันอยู่ในสภาพเหมือนตายแล้ว จากนั้นก็ตื่นขึ้น และออกไปใช้ชีวิตตามเดิม ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่า คนในยุคโบราณจะมองว่าพฤติกรรมนี้ของพวกมันคือการฟื้นคืนจากความตายค่ะ”
link 12bet 2888kLiên kết đăng nhập
นักท่องเที่ยวต้องเต็มใจที่จะเดินป่า ว่ายน้ำ และปีนเขาเพื่อไปยัง Actun Tunichil Muknal ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายร้อยถ้ำพิธีกรรมที่มีวัตถุโบราณจากอารยธรรมมายาในเบลีซ
ภาพถ่ายโดย JAD DAVENPORT, NAT GEO IMAGE COLLECTION
ตามความเชื่อของเผ่ามายา เทพเจ้ามีบทบาทในการควบคุมทุกอย่างที่เกิดขึ้นในทุกแง่มุมชีวิตของชาวเผ่า นับตั้งแต่ดินฟ้าอากาศที่ถูกดูแลโดยเทพชาค (Chac) การเกษตรที่ถูกดูแลโดยเทพอุนอูนาปู (Hun Hunahpu) ไปจนถึงการเลือกคู่ครองโดยเทพอิกเชล (Ixchel) ชาวมายากลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งรกรากในเบลีซใช้ถ้ำเป็นสถานที่ในการประกอบพิธีสำคัญต่าง ๆ เช่น การฝังศพ การกรีดเลือดเพื่อสื่อสารกับเหล่าทวยเทพ และการบูชายัญ จนถึงทุกวันนี้บรรดานักโบราณคดียังคงพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับพิธีกรรมของชาวมายาในถ้ำที่สำรวจอยู่เรื่อย ๆ หนึ่งในถ้ำที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศเบลีซคือ ถ้ำอัคตุน ตูนิชิล มัคนาล หรือถ้ำเอทีเอ็ม (Actun Tunichil Muknal: ATM) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวมายาซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของเบลีซ ใกล้กับเมืองซานอิกนาซิโอ (San Ignacio) ชื่อของถ้ำเอทีเอ็มมีความหมายว่า ถ้ำสุสานหิน เพราะเป็นสถานที่เก็บรักษาโครงกระดูกทั้ง 13 โครงของชาย หญิง เด็ก รวมไปถึงโครงกระดูกคริสตัลชื่อดังอย่าง “Crystal Maiden” ของหญิงสาวที่ถูกนำไปบูชายัญ สาเหตุที่ทำให้โครงกระดูกที่ถูกค้นพบในถ้ำนี้มีพื้นผิวคล้ายอัญมณีคือ สภาพอากาศและแร่หินปูนที่ทำปฏิกิริยากับสิ่งของภายในถ้ำมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ นอกจากร่างของผู้ที่ถูกนำมาบูชายัญ ยังพบว่าวัตถุโบราณและชิ้นส่วนกระดูกอื่น ๆ ของชาวมายาก็ถูกหินปูนหุ้มเป็นเวลานานจนติดไปกับพื้นถ้ำ อย่างไรก็ดี ในค.ศ. 2012 ได้มีการประกาศห้ามไม่ให้ถ่ายรูปหรืออัดวิดีโอในบริเวณถ้ำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อวัตถุโบราณต่าง ๆ ภายในสถานที่
link 12bet 2888kLiên kết đăng nhập
นักสำรวจถ้ำเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่ Actun Tunichil Muknal ซึ่งเป็นหนึ่งในถ้ำบูชายัญมายาที่มีชื่อเสียงที่สุดของเบลีซ ภาพถ่ายโดย JAD DAVENPORT, NAT GEO IMAGE COLLECTION
มิเกล โชโก (Miguel Choco) ไกด์นำเที่ยวชาวเค็กชิมายาจากรีสอร์ต The Lodge at Chaa Creek กล่าวว่า “การเยี่ยมชมชีบัลบาคือกุญแจสำคัญที่จะเปิดโลกของชาวมายาโบราณและประวัติศาสตร์ของชนเผ่านี้ให้ทุกคนได้รู้จักครับ การเรียนรู้เกี่ยวกับบริบทของพิธีกรรมที่ถูกจัดขึ้นในถ้ำ และเหตุผลที่ชาวเผ่านี้ใช้มนุษย์เป็นเครื่องบูชายัญเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันทำให้เราทราบว่าพิธีเหล่านั้นมักจะเกิดขึ้นในช่วงที่แห้งแล้ง ผลผลิตทางการเกษตรไม่อุดมสมบูรณ์ หรือประชากรล้มตายจากการขาดแคลนอาหารครับ” โชโกเล่าเสริมอีกว่า การพานักท่องเที่ยวไปชมถ้ำทำให้เขามีโอกาสแบ่งปันประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมต่าง ๆ ของชาวมายาที่ยังหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน “โลกต้องได้รู้ว่าพวกเรายังพยายามจะรักษาวัฒนธรรมของชนเผ่ามายาเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่ครับ” เขากล่าว อย่างไรก็ดี ในประเทศเบลีซมีประชากรชาวมายามากกว่าร้อยละ 11 ของจำนวนประชากรทั้งหมด โดยชาวมายาที่อาศัยอยู่ในประเทศนี้ประกอบไปดวยชาวมายาเผ่าโมพัน (Mopan) เผ่ายูกาเต็ก (Yucatec) และเผ่าเค็กชิ (Q’eqchi’) นอกจากนี้ ชาวมายาจำนวนไม่น้อยในประเทศนี้ยังรักษาและปฏิบัติตามประเพณีโบราณ พูดภาษามายา และสนับสนุนให้มีการสืบทอดวัฒนธรรมโบราณเหล่านี้สู่คนรุ่นต่อ ๆ ไป

วิธีสำรวจโลกใต้พิภพของชาวมายา

เมื่อได้ย่างเข้าไปในถ้ำ ณ ประเทศเบลีซ ไม่ว่าใครก็จะรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ทั้งเก่าแก่และทรงคุณค่า แม้ถ้ำแห่งนั้นจะปราศจากโครงกระดูกของชาวมายาโบราณก็ตาม ในช่วงตอนกลางของเบลิซ นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือแคนุหรือว่ายน้ำตามช่องแคบระหว่างภูเขาเพื่อเข้าไปยังถ้ำบาร์ตัน (Barton Creek Cave) ประตูสู่โลกใต้พิภพซึ่งเป็นถ้ำใต้ดินที่ยาวที่สุดในประเทศได้ ในถ้ำแห่งนี้มีการค้นพบเครื่องปั้นดินเผา เครื่องประดับ และซากกระดูกของมนุษย์ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่อย่างน้อย 28 คนอยู่ตามแนวหินในถ้ำที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมมาก่อน
link 12bet 2888kLiên kết đăng nhập
มัคคุเทศก์ Miguel Choco พูดคุยกับนักท่องเที่ยวข้างนอก Xunantunich Archaeological Site ในเบลีซ ซึ่งประกอบด้วยพระราชวัง จัตุรัส และปิรามิด เป็นสิ่งที่เหลืออยู่ของศูนย์กลางพิธีกรรมของชาวมายาที่เคยรุ่งเรือง ภาพถ่ายโดย ORION LIND
อย่างไรก็ตาม ถ้ำแห่งนี้ถูกสำรวจและทำแผนที่ไปเพียง 6 กิโลเมตรกว่า ๆ เท่านั้น ยังมีพื้นที่อีกหลายจุดที่ยังไม่ถูกสำรวจ และอาจมีโบราณวัตถุที่ยังหลงเหลืออยู่รอให้ถูกค้นพบ งานด้านโบราณคดีที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องภายในถ้ำจะค่อย ๆ เผยเบาะแสสำคัญเบื้องหลังการล่มสลายของอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยแผ่ขยายในพื้นที่ตั้งแต่ประเทศเม็กซิโกในปัจจุบันไปจนถึงเอลซัลวาดอร์ให้ผู้คนได้รับรู้ แม้ถ้ำทุกแห่งในเบลีซจะไม่ได้ถูกค้นพบพร้อมกับโครงกระดูกและเรื่องราวเกี่ยวกับความตาย แต่ก็ยังมีถ้ำบางแห่งที่สร้างความพรั่นพรึงตะลึงใจให้แก่ผู้ที่เข้าไปเยี่ยมชมได้ ยกตัวอย่างเช่น แม่น้ำสาขาที่ไหลผ่านถ้ำถึง 19 แห่งในโนฮ็อคเชน (Nohoch Che’en Caves Branch) สถานที่ขึ้นชื่อในการล่องห่วงยางชมถ้ำซึ่งอยู่ห่างจากเบลโมแพน (Belmopan) เมืองหลวงของเบลีซไปประมาณหนึ่งชั่วโมง ทัวร์ล่องแม่น้ำสายนี้จะใช้เวลาหนึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่งในการพานักท่องเที่ยวลอยเข้าออกถ้ำแห่งต่าง ๆ โดยระหว่างทางจะผ่านหินงอกหินย้อยน้อยใหญ่และภาพเขียนบนผนังถ้ำของชาวมายาที่ถูกรักษาเอาไว้ เมื่อเดินทางตามเส้นทางไปถึงบางจุด นักท่องเที่ยวจะลอยเข้าไปยังจุดมืดสนิทในถ้ำที่ไม่มีแสงสว่างใด ๆ ส่องถึง แม้นักท่องเที่ยวแต่ละคนจะมีไฟฉายคาดหัวติดตัว แต่หากต้องการสัมผัสประสบการณ์ภายในถ้ำด้วยมุมมองเดียวกับชาวมายา การยอมรับความมืดมิดรอบตัวจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการซึมซับบรรยากาศและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชมถ้ำตามวิถีโบราณดั้งเดิม


แปล พรรณทิพา พรหมเกตุ


 อ่านเพิ่มเติม ทำไม อาณาจักรมายา ถึงล่มสลาย? การเมือง เศรษฐกิจ หรือเพราะตัวเอง

link 12bet 2888kLiên kết đăng nhập

Recommend

casino fb88 nhà cái w88 Đường link w88 tải 68 game bài 68 game bài đổi thưởng